หน้าหลัก เกี่ยวกับเรา บริการ เจาะสำรวจและทดสอบดิน ทดสอบเสาเข็ม สำรวจภูมิประเทศ ติดตั้งเครื่องมือวัด Structural Testing ประเมินสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ออกแบบด้านวิศวกรรมธรณี ออกแบบด้านวิศวกรรมโยธา บทความ ดูทั้งหมด → มาตรฐาน ASTM งานเจาะดิน กฎกระทรวงฐานราก 2566 แปลผลค่า SPT N-value วิธีทดสอบเสาเข็มทุกแบบ กำลังรับน้ำหนักของดิน 📞 ติดต่อเรา
Nondestructive Evaluation & Structural Assessment

ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDT)
GPR · UPV · Core Test · Parallel Seismic

หาคำตอบให้อาคารเก่า โครงสร้างมีรอยร้าว หรือฐานรากที่ไม่มีแบบก่อสร้าง โดยไม่ต้องทุบพิสูจน์ ตรวจได้ทั้งกำลังคอนกรีต ตำแหน่งเหล็กเสริม โพรงใต้พื้น และความลึกเสาเข็มเดิม สรุปเป็นรายงานเชิงวิศวกรรมที่นำไปตัดสินใจซ่อมแซมหรือต่อเติมได้จริง

บริการตรวจสอบโครงสร้าง

อาคารร้าว ต่อเติม หรือซื้อ-ขายตึกเก่า ควรตรวจอะไรก่อนตัดสินใจ

การตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Evaluation: NDE) คือการประเมินสภาพโครงสร้างด้วยคลื่นเสียง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และการเจาะเก็บตัวอย่างขนาดเล็ก โดยอาคารยังใช้งานได้ตามปกติ เหมาะกับการประเมินก่อนต่อเติม ตรวจรับงานก่อสร้าง วิเคราะห์สาเหตุรอยร้าว และหาความลึกฐานรากเดิมที่ไม่มีแบบ ครอบคลุมทั้งคอนกรีต เหล็กเสริม และเสาเข็ม

Concrete Quality Assessment

ทดสอบคุณภาพและกำลังคอนกรีต

ประเมินกำลังรับแรงอัดและคุณภาพคอนกรีตโดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิม

Core Drilling & Compressive Strength

เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีตแกนกลม ทดสอบกำลังรับแรงอัดจริงในห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐาน ASTM C42

Rebound Hammer / Schmidt Hammer

ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีตแบบรวดเร็ว แปลงค่าเป็นกำลังรับแรงอัดโดยประมาณ ตามมาตรฐาน BS EN 12504-2

Ultrasonic Pulse Velocity (UPV)

ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านคอนกรีต ประเมินคุณภาพและตรวจหาโพรงหรือรอยแตกภายใน ตามมาตรฐาน ASTM C597

Carbonation Depth Test

วัดความลึกที่คาร์บอเนชันแทรกซึม ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและความเสี่ยงการกัดกร่อนเหล็กเสริม ตามมาตรฐาน BS EN 14630

Crack / Void / Rebar Detection

ตรวจหารอยร้าว โพรง และเหล็กเสริม

ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูงตรวจหาสิ่งผิดปกติภายในโครงสร้างและใต้ดิน

Ground Penetrating Radar (GPR)

สแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตรวจหาโพรง รอยร้าว ท่อ และวัตถุใต้ดิน ลึกสูงสุด 2–3 เมตรขึ้นอยู่กับวัสดุ ตามมาตรฐาน ASTM D6432

Rebar Locator / Profometer

ระบุตำแหน่ง ขนาด และระยะคลุม (Cover Depth) ของเหล็กเสริมในคอนกรีตโดยไม่ต้องเจาะ

Half-Cell Potential Test

วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริม ประเมินความน่าจะเป็นในการกัดกร่อน เหมาะกับโครงสร้างอายุมากหรือสภาวะรุนแรง ตามมาตรฐาน ASTM C876

Crack Mapping & Monitoring

สำรวจและทำแผนที่รอยร้าว วัดความกว้างและความยาว ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วย Crack Gauge

Foundation & Structural Assessment

ประเมินฐานรากและโครงสร้าง

ทดสอบและประเมินความสามารถรับน้ำหนักของฐานรากและโครงสร้างอาคาร

Pull Out Test

ทดสอบแรงดึง (Pull-Out Strength) ของ Anchor Bolt และวัสดุยึดในคอนกรีต วัด Load-Displacement Curve ยืนยันกำลังยึดเกาะ

Parallel Seismic Test

ประเมินความยาวเสาเข็มและฐานรากเดิมโดยไม่ต้องขุด เหมาะกับโครงสร้างเก่าที่ไม่มีแบบก่อสร้าง ตามมาตรฐาน ASTM D8381

Floor Loading Test

ทดสอบความสามารถรับน้ำหนักบรรทุกของพื้นคอนกรีต วัดการโก่งตัว (Deflection) ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบ

Foundation & Structural Inspection

ตรวจสอบสภาพฐานราก คาน เสา และพื้น ประเมินความเสียหายและการเสื่อมสภาพ พร้อมรายงานข้อเสนอแนะซ่อมบำรุง

🔬 ผลงาน Structural Testing

คลิกรูปเพื่อขยาย
Pull Out Test — Sirius Project, Chonburi
Pull Out Test
Pull Out Test — Sirius Project, Chonburi
Pull Out Test — ทดสอบแรงดึงสลักเกลียว
Pull Out Test
Pull Out Test — ทดสอบแรงดึงสลักเกลียว
Parallel Seismic Test — ในอาคาร
Parallel Seismic
Parallel Seismic Test — ในอาคาร
Parallel Seismic Test — แผนภาพหลักการ
Parallel Seismic
Parallel Seismic Test — แผนภาพหลักการ
Rebar Scanner — สแกนหาตำแหน่งเหล็กเสริมบนพื้นคอนกรีต
Rebar Scan
Rebar Scanner — สแกนหาตำแหน่งเหล็กเสริมบนพื้นอาคาร
Rebar Scanner — ทีมวิศวกร SPN สแกนเหล็กเสริมหน้างานจริง
Rebar Scan
Rebar Scanner — ทีมวิศวกรสแกนเหล็กเสริมหน้างานจริง
หน้าจอเครื่อง Rebar Scanner แสดงตำแหน่งเหล็กเสริมและระยะหุ้ม
Scan Result
หน้าจอ Rebar Scanner — แสดงตำแหน่งเหล็กและระยะหุ้มทันที
Concrete Coring — เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต
Concrete Coring
Concrete Coring — เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต
Concrete Coring — เจาะเก็บแท่งคอนกรีตจากพื้นอาคารด้วยกระบอกเพชร
Concrete Coring
Concrete Coring — เจาะพื้นอาคารด้วยกระบอกเพชรหล่อเย็นด้วยน้ำ
Concrete Coring — ติดตั้งเครื่องเจาะเหนือฝ้าเพดานในจุดเข้าถึงยาก
Concrete Coring
Concrete Coring — เจาะจุดเข้าถึงยากเหนือฝ้าเพดาน
Concrete Coring — ตั้งนั่งร้านเข้าถึงจุดเจาะใต้ท้องพื้น
Concrete Coring
Concrete Coring — ตั้งนั่งร้านเข้าถึงจุดเจาะใต้ท้องพื้น
แท่งคอนกรีต Core พร้อมป้ายระบุโครงการ ก่อนส่งทดสอบกำลังอัด
Core Specimen
แท่ง Core พร้อมป้ายข้อมูล ก่อนส่งทดสอบกำลังอัดใน Lab
เครื่อง Compressive Strength Test
USC Test
เครื่อง Compressive Strength Test
Schmidt Hammer Test — ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีต
Hammer Test
Schmidt Hammer Test — ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีต
Rebound Hammer — ทดสอบเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงหน้างานจริง
Hammer Test
Rebound Hammer — ทดสอบเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงหน้างานจริง
Ground Penetrating Radar — สแกนภาคสนาม
GPR
Ground Penetrating Radar — สแกนภาคสนาม
GPR — ตั้งจุดอ้างอิง GPS
GPR
GPR — ตั้งจุดอ้างอิง GPS
GPR — ผลการสแกน แสดงวัตถุใต้ดิน
GPR Result
GPR — ผลการสแกน แสดงวัตถุใต้ดิน
GPR — ผลการสแกนพร้อมแผนที่ Google
GPR Result
GPR — ผลการสแกนพร้อมแผนที่ Google
Light Penetrometer (Kunzelstab) — Data Zone Project
Kunzelstab
Light Penetrometer (Kunzelstab) — Data Zone Project

บริการ Structural Testing และ Non-Destructive Evaluation (NDE)

การตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Evaluation: NDE) คือการประเมินกำลัง คุณภาพ และสภาพภายในของโครงสร้างคอนกรีต เหล็กเสริม และฐานราก โดยไม่ทำให้โครงสร้างเดิมเสียหาย ใช้เครื่องมือเช่น GPR, Ultrasonic Pulse Velocity, Rebound Hammer และ Parallel Seismic Test เพื่อหาคำตอบว่าโครงสร้างยังแข็งแรงพอใช้งาน ต่อเติม หรือต้องซ่อมแซมหรือไม่

SPN Soil Engineering ให้บริการตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Evaluation / Structural Testing) ครบ 12 รายการ ครอบคลุมการประเมินคุณภาพคอนกรีต การตรวจหาจุดบกพร่อง การประเมินฐานราก และการวิเคราะห์โครงสร้าง สำหรับอาคาร สะพาน โรงงาน และโครงสร้างพิเศษทุกประเภท ผลการทดสอบรับรองโดยวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาต ใช้ยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

1. การทดสอบคุณภาพและกำลังคอนกรีต (Concrete Quality Assessment)

กลุ่มการทดสอบเพื่อประเมินกำลังรับแรงอัด คุณภาพ และอายุการใช้งานของโครงสร้างคอนกรีตโดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิม

  • Core Drilling and Compressive Strength (ASTM C42) — เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีตแกนกลม (Core Sample) จากโครงสร้างจริง นำมาทดสอบกำลังรับแรงอัด (Compressive Strength) ในห้องปฏิบัติการ ให้ค่าที่แม่นยำที่สุด ใช้ยืนยันคุณภาพคอนกรีตกรณีสงสัยหรือโต้แย้ง
  • Rebound Hammer Test / Schmidt Hammer (BS EN 12504-2) — ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีตด้วยค้อนสปริง แปลงค่า Rebound Number เป็นกำลังรับแรงอัดโดยประมาณ รวดเร็ว ไม่ทำลาย เหมาะสำหรับสำรวจเบื้องต้นพื้นที่ขนาดใหญ่
  • Ultrasonic Pulse Velocity (UPV) — ASTM C597 — ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านคอนกรีต วัดความเร็วการเดินทางเพื่อประเมินคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และตรวจหาโพรงหรือรอยแตกภายใน ใช้ร่วมกับ Core Drilling เพื่อผลที่น่าเชื่อถือ
  • Carbonation Depth Test (BS EN 14630) — ฉีดสาร Phenolphthalein ที่หน้าตัดคอนกรีต วัดความลึกที่คาร์บอเนชัน (CO₂) แทรกซึม ใช้ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและความเสี่ยงการกัดกร่อนเหล็กเสริม

2. การตรวจหารอยร้าว โพรง เหล็กเสริม และวัตถุใต้ดิน

กลุ่มการทดสอบที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูงในการตรวจหาสิ่งผิดปกติภายในโครงสร้างและใต้ดิน

  • Ground Penetrating Radar (GPR) — ASTM D6432 — ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงผ่านคอนกรีตและดิน วิเคราะห์คลื่นสะท้อนเพื่อตรวจหาโพรง (Void) รอยร้าว วัตถุใต้ดิน ท่อ และเหล็กเสริม ความลึกขึ้นอยู่กับวัสดุ (คอนกรีต 40–60 cm, ดินทรายแห้ง 2–3 เมตร) ผลแสดงเป็น Radargram พร้อมพิกัด GPS
  • Rebar Locator and Profometer — ระบุตำแหน่ง ขนาด และระยะคลุม (Cover Depth) ของเหล็กเสริมในคอนกรีตโดยไม่ต้องเจาะ เหมาะสำหรับวางแผนก่อนทำ Core Drilling และตรวจสอบการจัดวางเหล็กเสริมตามแบบ
  • Half-Cell Potential Test (ASTM C876) — วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริมผ่านผิวคอนกรีต ประเมินความน่าจะเป็นในการกัดกร่อน (Corrosion Probability) เหมาะสำหรับโครงสร้างอายุมากหรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมรุนแรง
  • Crack Mapping and Monitoring — สำรวจและทำแผนที่รอยร้าว (Crack Map) บนผิวคอนกรีต อิฐ และหิน วัดความกว้าง ความยาว และติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วย Crack Gauge ใช้ประกอบการวิเคราะห์สาเหตุและวางแผนซ่อมแซม

3. การทดสอบเสาเข็ม ฐานราก และโครงสร้าง

กลุ่มการทดสอบสำหรับประเมินฐานรากและประเมินความสามารถรับน้ำหนักของโครงสร้าง

  • Pull Out Test — ทดสอบแรงดึง (Tensile / Pull-Out Strength) ของ Anchor Bolt สลักเกลียว และวัสดุยึดในคอนกรีตด้วย Hydraulic Jack วัด Load-Displacement Curve ยืนยันกำลังยึดเกาะก่อนรับโหลดจริง เหมาะสำหรับงานติดตั้งอุปกรณ์หนักและโครงสร้างเหล็ก
  • Parallel Seismic Test (ASTM D8381) — ประเมินความยาวของเสาเข็มและฐานรากเดิมโดยไม่ต้องขุดเปิดหน้างาน เจาะหลุมข้างเสาเข็ม วัดคลื่นสั่นสะเทือนด้วย Hydrophone เหมาะสำหรับโครงสร้างเก่าที่ไม่มีแบบก่อสร้าง งานซ่อมแซม และต่อเติมอาคาร
  • Floor Loading Test — ทดสอบความสามารถรับน้ำหนักบรรทุกของพื้นคอนกรีต (Floor Slab) โดยวางน้ำหนักทดสอบและวัดการโก่งตัว (Deflection) ใช้ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบก่อนใช้งาน
  • Foundation and Structural Inspection — ตรวจสอบสภาพฐานราก คาน เสา และพื้น ประเมินความเสียหาย การทรุดตัว รอยแตก และการเสื่อมสภาพของวัสดุ จัดทำรายงานผลการตรวจสอบพร้อมข้อเสนอแนะในการซ่อมบำรุง
  • Structural Back Analysis — วิเคราะห์ย้อนกลับจากข้อมูลการทดสอบและการตรวจสอบหน้างานเพื่อหาสาเหตุความเสียหาย ประเมินความสามารถรับน้ำหนักที่เหลือ และวางแผนการเสริมกำลังโครงสร้าง

ตารางสรุปบริการ Structural Testing

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

การทดสอบมาตรฐานค่าที่ได้ใช้สำหรับ
Core DrillingASTM C42f'c (MPa)ยืนยันกำลังคอนกรีตจริง
Rebound HammerBS EN 12504-2Rebound No.สำรวจเบื้องต้น รวดเร็ว
Ultrasonic Pulse VelocityASTM C597Vp (m/s)คุณภาพ / โพรงในคอนกรีต
Carbonation DepthBS EN 14630ความลึก (mm)อายุการใช้งานที่เหลือ
Ground Penetrating RadarASTM D6432Radargramโพรง เหล็ก วัตถุใต้ดิน
Rebar Locatorตำแหน่ง / Coverตำแหน่งเหล็กเสริม
Half-Cell PotentialASTM C876mV vs CSEความเสี่ยงกัดกร่อน
Crack MappingIn-situแผนที่รอยร้าวสำรวจและติดตามรอยร้าว
Pull Out TestASTM E488Load (kN)กำลังยึดเกาะ Anchor Bolt
Parallel Seismic TestASTM D8381ความยาว (m)ความยาวเสาเข็ม/ฐานราก
Floor Loading TestIn-situDeflection (mm)กำลังรับน้ำหนักพื้น
Structural Back AnalysisEngineeringรายงานวิเคราะห์หาสาเหตุ / เสริมกำลัง

เมื่อไหร่ควรทำ Structural Testing?

  • อาคารเก่าและโครงสร้างที่มีอายุมาก — ประเมินสภาพและกำลังที่เหลือก่อนตัดสินใจซ่อมแซมหรือรื้อถอน
  • ก่อนต่อเติมหรือเพิ่มโหลด — ยืนยันว่าโครงสร้างเดิมรับน้ำหนักเพิ่มได้โดยไม่เกิดความเสียหาย
  • เมื่อพบรอยร้าวหรือการทรุดตัวผิดปกติ — หาสาเหตุและประเมินความรุนแรงก่อนวางแผนซ่อมแซม
  • โครงการรับมอบงาน (Acceptance Testing) — ยืนยันคุณภาพก่อนส่งมอบโครงการ
  • งานพิพาทและคดีวิศวกรรม — หลักฐานเชิงเทคนิคที่เชื่อถือได้และรับรองโดยวิศวกร
คำถามที่พบบ่อย — Structural Testing & NDE

Structural Testing คือการทดสอบโครงสร้างโดยรวม เช่น Floor Loading Test, Pull Out Test ที่วัดค่าเชิงกำลัง ส่วน NDE (Non-Destructive Evaluation) เน้นการประเมินสภาพภายในโดยไม่ทำลาย เช่น GPR, UPV, Rebound Hammer ในทางปฏิบัติมักใช้ร่วมกันเพื่อผลที่ครบถ้วน

Rebound Hammer รวดเร็วและไม่ทำลาย เหมาะสำรวจเบื้องต้นหลายจุดในเวลาสั้น แต่ความแม่นยำต่ำกว่า Core Drilling ที่เจาะเก็บตัวอย่างจริงและทดสอบกำลังในห้องปฏิบัติการ แนะนำใช้ Rebound Hammer สำรวจก่อน แล้วเลือกจุด Core Drilling เพิ่มเติมในพื้นที่ที่น่าสงสัย

GPR ตรวจหาได้หลายอย่างในคอนกรีตและดิน ได้แก่ เหล็กเสริม (Rebar), ท่อฝังใน, โพรง (Void), รอยแตกภายใน, สายไฟ และวัตถุใต้ดินอื่นๆ ความลึกที่ตรวจได้ขึ้นอยู่กับวัสดุ — คอนกรีตแห้งตรวจได้ลึกถึง 40–60 cm, ดินทรายแห้งได้ถึง 2–3 เมตร, ดินเหนียวชื้นตรวจได้น้อยกว่า

Pull Out Test ใช้ทดสอบแรงดึงของ Anchor Bolt, Chemical Anchor, สลักเกลียว และวัสดุยึดต่างๆ ในคอนกรีต ใช้บ่อยในงานติดตั้งอุปกรณ์หนัก เช่น เครื่องจักรโรงงาน, Rack & Shelf ขนาดใหญ่, โครงสร้างเหล็ก, Tower และสะพาน รายงานผลรับรองโดยวิศวกรใช้ยื่นต่อหน่วยงานได้ อ่านรายละเอียดวิธีทดสอบและมาตรฐาน ASTM E488 ได้ในบทความ Pull-Out Test ทดสอบแรงดึงถอนพุกเคมีและสตัดเกลียว

PIT ทดสอบโดยตอกที่หัวเสาเข็มโดยตรง เหมาะสำหรับเสาเข็มที่สามารถเข้าถึงหัวเข็มได้ ส่วน Parallel Seismic Test เจาะหลุมข้างๆ เสาเข็มแล้ววัดคลื่น เหมาะสำหรับเสาเข็มเดิมที่ถูกฝังอยู่ในฐานราก หรืออยู่ใต้อาคารที่ไม่สามารถเข้าถึงหัวเข็มได้ อ่านหลักการ PIT เพิ่มเติมได้ในบทความ Seismic Integrity Test

Carbonation คือปฏิกิริยาที่ CO₂ ในอากาศแทรกซึมเข้าคอนกรีตและลดค่า pH ลง เมื่อ Carbonation Front ถึงเหล็กเสริม เหล็กจะเริ่มเป็นสนิมและคอนกรีตแตกร่อน Carbonation Depth Test วัดความลึกนี้ด้วยสาร Phenolphthalein ใช้ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและวางแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน

ได้ครับ รายงานผลการทดสอบทุกฉบับของ SPN รับรองโดยวิศวกรโยธาผู้ได้รับใบอนุญาต (กว.) ใช้ยื่นต่อกรมโยธาธิการและผังเมือง, กรุงเทพมหานคร, เทศบาล, สำนักงานเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

งานภาคสนามส่วนใหญ่ใช้เวลา 1 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดทดสอบและขนาดพื้นที่ Core Sample ต้องบ่มและทดสอบในห้องปฏิบัติการ 7–14 วัน การทดสอบอื่นๆ เช่น GPR, Rebound Hammer, UPV รายงานพร้อมภายใน 3–5 วันทำการหลังลงพื้นที่

Half-Cell Potential Test วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริมผ่านผิวคอนกรีต แปลผลตามมาตรฐาน ASTM C876 — ค่าเป็นบวกกว่า −200 mV หมายถึงโอกาสกัดกร่อนต่ำ ส่วนค่าติดลบมากกว่า −350 mV หมายถึงโอกาสกัดกร่อนสูงกว่า 90% ใช้ทำ Corrosion Map ระบุบริเวณที่ต้องซ่อมแซมก่อน

วางน้ำหนักทดสอบบนพื้นตามแผนกระจายโหลดที่ออกแบบ วัด Deflection ที่จุดกึ่งกลางและขอบด้วย Dial Gauge หรือ LVDT ตลอดช่วงการทดสอบ 24–48 ชั่วโมง แล้ววัดค่า Recovery หลังปลดโหลด ผลใช้ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบก่อนนำเข้าใช้งาน อ่านขั้นตอนละเอียดได้ในบทความ Floor Load Test ทดสอบการรับน้ำหนักพื้น

ต้องการตรวจสอบโครงสร้าง? ปรึกษาวิศวกรฟรี

ทีมวิศวกรพร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นและเสนอราคาภายใน 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่าย