วิธีนี้ใช้ประเมินความสม่ำเสมอภายใน ตรวจหาโพรง คาดคะเนความลึกรอยร้าว และติดตามการเสื่อมสภาพของคอนกรีต โดยไม่ทำลายโครงสร้าง บทความนี้อธิบายหลักการวัด วิธีวางหัวส่ง-รับ การอ่านค่าความเร็ว และข้อจำกัดที่ต้องรู้

UPV Test วัดอะไร และทำงานยังไง?

UPV วัดความเร็วของคลื่นอัด (P-wave) ที่วิ่งผ่านคอนกรีต หลักการคือส่งคลื่นจากหัวส่ง (Transmitter) ผ่านเนื้อคอนกรีตไปยังหัวรับ (Receiver) เครื่องจับเวลาที่คลื่นเดินทาง (Transit Time) แล้วคำนวณความเร็วจากสูตร

ความเร็วคลื่น (V)  =  ระยะทางระหว่างหัวส่ง-รับ (L)  ÷  เวลาที่คลื่นเดินทาง (T)

ค่าที่ได้มักรายงานเป็นกิโลเมตรต่อวินาที (km/s) เนื้อคอนกรีตที่แน่นและไม่มีตำหนิจะให้ความเร็วสูง เพราะคลื่นเดินทางผ่านของแข็งได้เร็ว ส่วนโพรงหรือรอยร้าวที่มีอากาศคั่นจะทำให้คลื่นช้าลงหรือต้องอ้อม ทำให้เวลาเดินทางนานขึ้นและความเร็วต่ำลง

คอนกรีตแน่น T หัวส่ง R หัวรับ คลื่นวิ่งตรง → ความเร็วสูง มีโพรง / รอยร้าว โพรง T หัวส่ง R หัวรับ คลื่นต้องอ้อม → ความเร็วต่ำ หลักการ: V = L / t (L = ระยะระหว่างหัวส่ง–หัวรับ, t = เวลาเดินทางของคลื่น) — ทดสอบตาม ASTM C597
ซ้าย: คลื่นวิ่งตรงผ่านคอนกรีตแน่น ความเร็วสูง — ขวา: คลื่นต้องอ้อมโพรง/รอยร้าว เวลาเดินทางนานขึ้น ความเร็วต่ำลง

วางหัวส่ง-รับแบบไหนได้บ้าง?

การวางหัววัดมี 3 รูปแบบตาม ASTM C597 และการเข้าถึงหน้างาน

  • Direct (ตรงข้าม): วางหัวส่ง-รับคนละด้านตรงข้ามกัน ให้ผลแม่นที่สุด เพราะคลื่นวิ่งตรงและระยะทางชัดเจน เหมาะกับเสาหรือคาน
  • Semi-direct (มุมฉาก): วางหัวสองด้านที่ตั้งฉากกัน ใช้เมื่อเข้าถึงได้แค่สองด้านที่ติดกัน
  • Indirect (ผิวเดียว): วางหัวทั้งสองบนผิวเดียวกัน ใช้เมื่อเข้าถึงได้ด้านเดียว แต่ความแม่นต่ำสุด มักใช้ประเมินความลึกรอยร้าวตื้น

ทุกครั้งต้องทาสารประสาน (Coupling Gel) ที่หัววัดเพื่อให้คลื่นส่งผ่านได้ดี และต้องรู้ระยะทางระหว่างหัวให้แม่นเพราะมีผลตรงต่อค่าความเร็ว

ทีมงาน SPN ขึ้นนั่งร้านวางหัววัด UPV ที่ท้องพื้นและคานคอนกรีตเหนือฝ้าเพดานภายในอาคาร
ทีมงาน SPN ขึ้นนั่งร้านเพื่อเข้าถึงท้องพื้นและคานคอนกรีตเหนือฝ้า — การเข้าถึงหน้างานเป็นตัวกำหนดว่าจะวางหัววัดแบบ Direct, Semi-direct หรือ Indirect

อ่านค่าความเร็ว UPV ยังไง?

ค่าความเร็วคลื่นใช้บอกคุณภาพคอนกรีตในเชิงเปรียบเทียบ ตารางด้านล่างเป็นเกณฑ์อ้างอิงทั่วไปที่ใช้กันแพร่หลาย (อ้างอิงแนวทาง Whitehurst สำหรับคอนกรีตน้ำหนักปกติ) ซึ่งควรปรับตามส่วนผสมและใช้วิศวกรแปลผล

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ความเร็วคลื่น (km/s)คุณภาพคอนกรีตโดยทั่วไป
มากกว่า 4.5ดีเยี่ยม
3.5 – 4.5ดี
3.0 – 3.5ปานกลาง/น่าสงสัย
2.0 – 3.0ไม่ดี
น้อยกว่า 2.0ไม่ดีมาก

หลักสำคัญคือ UPV เหมาะกับการดู "ความสม่ำเสมอ" มากกว่าตัวเลขเดี่ยว ๆ ถ้าค่าความเร็วในโครงสร้างเดียวกันตกลงอย่างมีนัยที่จุดใด แสดงว่าบริเวณนั้นอาจมีโพรง รอยร้าว หรือคอนกรีตด้อยคุณภาพ ควรตรวจเพิ่มด้วยวิธีอื่น

วิศวกร SPN นั่งอ่านค่าความเร็วคลื่นบนเครื่อง UPV ระหว่างทดสอบคุณภาพคอนกรีตพื้นภายในอาคาร
วิศวกร SPN อ่านค่าเวลาเดินทางของคลื่นจากเครื่อง UPV หน้างาน — ค่าที่ได้นำมาหารด้วยระยะทางระหว่างหัววัดเพื่อคำนวณความเร็วคลื่น

UPV ใช้ตรวจอะไรได้บ้าง?

นอกจากประเมินคุณภาพรวม UPV ยังใช้งานได้หลากหลาย

  • ตรวจความสม่ำเสมอของคอนกรีตทั่วทั้งโครงสร้าง เทียบจุดต่อจุด
  • ตรวจหาโพรงหรือการแยกตัว (Honeycomb) ภายในเนื้อคอนกรีต
  • ประมาณความลึกของรอยร้าวที่เปิดสู่ผิว
  • ติดตามการเสื่อมสภาพจากเพลิงไหม้ สารเคมี หรืออายุการใช้งาน
  • ใช้ร่วมกับ Rebound Hammer (วิธี SonReb) เพื่อประมาณกำลังอัดให้แม่นขึ้น
ทีมงาน SPN ทดสอบ UPV ตรวจคุณภาพคอนกรีตท้องพื้นและคานบริเวณฝ้าเพดานที่เปิดออกภายในอาคาร
ตรวจคุณภาพคอนกรีตท้องพื้นและคานภายในอาคาร — UPV เหมาะกับการเทียบความสม่ำเสมอจุดต่อจุดทั่วทั้งโครงสร้าง

UPV Test มีข้อจำกัดอะไร?

UPV แม่นในเชิงเปรียบเทียบ แต่มีปัจจัยที่ต้องระวัง เหล็กเสริมนำคลื่นได้เร็วกว่าคอนกรีต ถ้าแนวคลื่นวิ่งขนานเหล็กจะทำให้ค่าสูงเกินจริง จึงควรหลบแนวเหล็กหรือแก้ค่า ความชื้นในคอนกรีตก็ทำให้ความเร็วสูงขึ้น และการวางหัววัดที่ระยะไม่แม่นจะทำให้ค่าคลาดเคลื่อน

เช่นเดียวกับ Rebound Hammer การแปลง UPV เป็นกำลังอัดต้องสอบเทียบกับ Core Test ของคอนกรีตชุดนั้น ไม่ควรสรุปกำลังอัดจากความเร็วคลื่นเพียงอย่างเดียว SPN ให้บริการตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) ครบทุกวิธี